บิ๊กฮั่นยื่น ฟีฟ่าขอรณรงค์SaveHakeem

บิ๊กฮั่นยื่น ฟีฟ่า เพื่อหวังรณรงค์แคมเปญ ”SaveHakeem ในฟุตบอลลีกอาชีพเกมต่อๆ ไป หลังทีมโดนสั่งห้ามชูป้าย-แสดงข้อความในเกม ”ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019” 

   สืบเนื่องจากการที่ บิ๊กฮั่นยื่น มิตติ ติยะไพรัช ประธาน ”กว่างโซ้ง” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นผู้ริเริ่มรณรงค์ ”SaveHakeem หรือ ฮาคีม อัล-อาไรบี ดาวเตะทีมชาติบาห์เรน ที่ถูกทางการไทยจับกุมตัว พร้อมเร่งให้มีการปล่อยตัวนักเตะคืนสนามโดยเร็วที่สุด ที่สำคัญอย่าส่งตัวกลับไปยังประเทศที่เขาหนีออกมา

 

   โดยล่าสุดควันหลงจากเกม ”ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2019” ที่สิงห์ เชียงราย ลงสนามพบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สนามกีฬากองทัพบก วิภาวดี เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ก.พ. 62 ทางด้าน ”บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสร พร้อมนักเตะได้สวมเสื้อและถือป้ายร่วมกันรณรงค์ ”SaveHakeem กันอย่างต่อเนื่องในห้องแต่งตัวก่อนลงสนามด้วย โดย ”บิ๊กฮั่น” ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า

 

   ”ฮาคีม อัล-อาไรบี เป็นหนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายซึ่งได้รับสิทธิ์คุ้มครองอย่างเป็นทางการจากประเทศออสเตรเลียแล้ว โดยเฉพาะเขาเองก็เป็นคนในวงการฟุตบอลเหมือนพวกเราด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงมีความสนใจและอยากจะเป็นกระบอกเสียงอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเหลือเขาครับ”

ขณะเดียวกัน ประธานสิงห์ เชียงราย ผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพาทีมลูกหนังบ้านเกิดคว้า 6 แชมป์ ในการร่วมสังฆกรรมฟุตบอลอาชีพ ระหว่าง 2009-2019 ได้เผยถึงการรณรงค์ผ่านเพจสโมสรฟุตบอลที่มีผู้ติดตามอยู่กว่า 720,000 แอกเคานต์ เพื่อสื่อสารกับคนสนใจกีฬาฟุตบอลแทน ด้วยเหตุผลว่า ”มันน่าจะมีผลสะเทือนมากกว่า”

 

   ”ในขณะนี้ผมพยายามที่จะเชิญชวนเพื่อนๆ ในวงการฟุตบอล น้องๆ นักฟุตบอล รวมไปถึงแฟนคลับ แต่เสียงมันอาจจะยังไม่ดังมาก เพราะผมคิดว่าเรื่องตรงนี้มันยังไม่ได้พูดคุยกันอย่างเป็นทางการ และทางการไทยเองก็กำลังพยายามกลบกระแสเรื่องนี้อยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเราต้องพยายามช่วยกัน”

 

   ”ต้องบอกว่าเราก็รัก เคารพในสิทธิของตัวเองเหมือนกัน เราก็อยากฝากในฐานะคนไทยว่าอยากให้ให้ทุกท่านที่มีส่วนในการพิจารณาและมีส่วนในการตัดสินใจกรณีนี้ได้ช่วยมองบนพื้นฐานมนุษยธรรมและบนพื้นฐานความจริงว่าเขาไม่ได้มีความผิดอะไรนะครับ และอยากให้ทุกท่านได้ช่วยกันมองถึงสิทธิมนุษยชนมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”

 

   ”วันนี้มันอาจจะมองดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผมคิดว่าถ้าวันหนึ่งเราเกิดเหตุการณ์แบบนั้น เพราะจริงๆ แล้ววันนี้สิทธิมนุษยชนในบ้านเรา 4-5 ปีที่ผ่านมา เราก็มีปัญหากับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการออกเสียง สิทธิในการชุมนุม แต่วันนี้เราควรต้องใส่ใจเพราะมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย”

 

   ”ผมยังเชื่อแบบนี้ว่า นักฟุตบอลควรได้อยู่ในสนามและที่สำคัญ เขาหนีออกมาและได้รับสถานะผู้ลี้ภัยแล้ว”

อ่านต่อ https://badhaven.com

ทางเข้า UFABET369